การดูแลรักษา…มะเร็งตับทุกระยะ

» แนวทางการดูแลรักษามะเร็งตับในแต่ละระยะโดยทั่วไป

  1. มะเร็งตับระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1-2)
    • ในระยะนี้ มะเร็งยังมีขนาดเล็กและยังไม่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของตับหรืออวัยวะข้างเคียง เป้าหมายหลักของการรักษาคือการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดจากโรคมากที่สุด
      • การผ่าตัดเอาส่วนที่เป็นมะเร็งออก : เป็นวิธีที่ดีที่สุดหากก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก อยู่ในตำแหน่งที่ผ่าตัดได้ง่าย และผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรง
      • การปลูกถ่ายตับ : เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในผู้ป่วยบางรายที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก แต่ตับส่วนที่เหลือทำงานได้ไม่ดี หรือมีภาวะตับแข็งร่วมด้วย
      • การรักษาด้วยความร้อนหรือความเย็น (Ablation) : เป็นการใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency Ablation: RFA) หรือความเย็น (Cryoablation) จี้ทำลายก้อนมะเร็งโดยตรง มักใช้ในกรณีที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กแต่ไม่สามารถผ่าตัดได้
  2. มะเร็งตับระยะกลาง
    • เป็นระยะที่มีก้อนมะเร็งหลายก้อน แต่ยังจำกัดอยู่ภายในตับ และยังไม่ลุกลามเข้าเส้นเลือดใหญ่ การทำงานของตับยังดี ผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรง
      • การให้ยาเคมีบำบัดผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง (TACE – Transarterial Chemoembolization): เป็นการฉีดสารเคมีบำบัดร่วมกับสารอุดหลอดเลือดเพื่อจำกัดการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งตาย
      • การให้สารกัมมันตรังสีผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง (TARE/SIRT): เป็นอีกทางเลือกของการรักษาเฉพาะที่
  3. มะเร็งตับระยะลุกลาม
    • เมื่อมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น มีหลายก้อน หรือเริ่มลุกลามเข้าสู่เส้นเลือด แพทย์จะใช้วิธีการรักษาที่เน้นการควบคุมการเติบโตของก้อนมะเร็ง เพื่อยืดอายุขัยและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
      • การให้ยาเคมีบำบัดเฉพาะที่ (Transarterial Chemoembolization: TACE) : เป็นการฉีดยาเคมีและสารอุดตันเข้าไปในเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งโดยตรง ทำให้ก้อนมะเร็งขาดเลือดและยาไปทำลายเซลล์มะเร็งได้
      • การรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) : เป็นการใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งตายลง โดยมีผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติในร่างกายน้อยกว่ายาเคมีบำบัดทั่วไป
      • การฉายรังสี : ใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง อาจใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดจากมะเร็งที่ลุกลามไปยังกระดูกได้
  4. มะเร็งตับระยะสุดท้าย
    • ในระยะนี้ มะเร็งได้ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง เป้าหมายหลักของการดูแลจึงเปลี่ยนเป็นการ รักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) เพื่อควบคุมอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากโรคและผลข้างเคียงจากการรักษา ให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายกายและสบายใจมากที่สุด
      • การจัดการอาการ : แพทย์จะให้ยาเพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ เช่น อาการปวด, คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องมาน (น้ำในช่องท้อง) หรืออาการอ่อนเพลีย
      • การให้กำลังใจและดูแลสุขภาพจิต : การพูดคุยให้กำลังใจผู้ป่วยและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมาก ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าไม่ได้เผชิญโรคเพียงลำพัง และมีกำลังใจในการใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่เหลืออยู่
      • การดูแลด้านโภชนาการ : การเลือกอาหารที่ย่อยง่ายและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วย เช่น อาหารอ่อน หรืออาหารเสริมทางการแพทย์ จะช่วยลดอาการคลื่นไส้และเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นให้กับร่างกายได้

สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ อาคาร 3 ชั้น 2 โทร.0 2530 2556 ต่อ 3210

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง