Q&A รวมคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่

1 Q : ทำไมต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี?
A : เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์และเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่เสมอ องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงมีการอัปเดตองค์ประกอบของวัคซีนทุกปี นอกจากนี้ ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติหลังจากฉีดไปแล้วประมาณ 6–12 เดือน
2 Q : วัคซีนช่วยป้องกันโรคได้ 100 % หรือไม่?
A : ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ประมาณ 40–60% ขึ้นอยู่กับความสอดคล้องของสายพันธุ์) สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หากติดเชื้อหลังฉีดวัคซีน อาการจะเบาลงอย่างเห็นได้ชัด และลดความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม หรือภาวะหัวใจอักเสบ
3 Q : ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นพิเศษ?
A :
1.หญิงตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป)
2.เด็กเล็ก (อายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี)
3.ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป)
4.ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง และหอบหืด
5.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ป่วยโรคอ้วน (น้ำหนักเกิน 100 กก.)
6.ผู้พิการทางสมอง ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
4 Q : ช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมที่สุดในการฉีด?
A : ควรฉีดก่อนเข้าสู่ช่วงที่มีการระบาดหนัก โดยในประเทศไทยมักระบาดมากในช่วง ฤดูฝน (พฤษภาคม – ตุลาคม) และช่วง ฤดูหนาว (มกราคม – มีนาคม) แนะนำให้ฉีดล่วงหน้า 2–4 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาสร้างภูมิคุ้มกันเต็มที่

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ ศูนย์อายรุกรรม อาคาร 2 ชั้น G โทร.0 2530 2556 ต่อ 2010,2020

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง