
» ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงเกผิดรูป (Bunion หรือ Hallux Valgus)
- คือ ปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงและผู้สูงอายุ ภาวะนี้เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างเท้า ทำให้นิ้วหัวแม่เท้าค่อยๆ เอียงเข้าหานิ้วชี้ ส่งผลให้กระดูกบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าด้านในปูดนูนออกมา และอาจทำให้เกิดอาการปวดและเดินลำบากได้
» อาการของภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง
- โคนนิ้วหัวแม่เท้าปูดนูน : มีกระดูกปูดออกมาอย่างเห็นได้ชัดบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าด้านใน
- นิ้วหัวแม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วชี้ : เห็นได้ชัดว่านิ้วหัวแม่เท้าเอนไปทางนิ้วชี้ บางครั้งอาจถึงขั้นเกยทับกัน
- บวม แดง และปวด : บริเวณกระดูกที่นูนออกมาอาจเกิดการอักเสบ บวม แดง และมีอาการปวด โดยเฉพาะเมื่อสวมรองเท้าที่คับหรือเดินเป็นเวลานาน
- ผิวหนังแข็งและหนา : ผิวหนังบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าอาจหนาและแข็งขึ้นจากการเสียดสีกับรองเท้า
» สาเหตุหลัก
- พันธุกรรม : บางคนอาจมีโครงสร้างเท้าที่ผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด เช่น อุ้งเท้าแบน หรือมีข้อต่อที่ยืดหยุ่นกว่าปกติ ทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะนี้ได้ง่ายกว่า
- การสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม : การใส่รองเท้าหัวแคบ รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าที่บีบรัดหน้าเท้าเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาการแย่ลง
- โรคประจำตัว : โรคข้ออักเสบต่างๆ เช่น โรครูมาตอยด์ ก็สามารถส่งผลให้เกิดภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงได้
- การบาดเจ็บ : การบาดเจ็บที่บริเวณข้อต่อนิ้วหัวแม่เท้าก็อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน
» การรักษาและป้องกัน
- เปลี่ยนรองเท้า : เป็นวิธีเบื้องต้นที่สำคัญที่สุด ควรเลือกรองเท้าที่มีหน้ากว้างและมีพื้นที่สำหรับนิ้วเท้า ไม่บีบรัด และควรหลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูง
- อุปกรณ์ช่วยประคองนิ้วเท้า : การใช้เจลคั่นนิ้วเท้า หรืออุปกรณ์ประคองนิ้วเท้า (splint) สามารถช่วยประคองและลดการเสียดสีได้
- กายภาพบำบัด : การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเท้าและใช้เทคนิคทางกายภาพบำบัดอื่นๆ สามารถช่วยบรรเทาอาการได้
- การใช้ยา : แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด
- การผ่าตัด : หากอาการรุนแรงมาก หรือการรักษาแบบประคับประคองไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อจัดแนวกระดูกให้กลับมาตรง ซึ่งจะช่วยแก้ไขความผิดรูปและลดอาการปวดได้อย่างถาวร
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ ศูนย์กระดูกและข้อ อาคาร 3 ชั้น 4 โทร.0 2530 2556 ต่อ 3400,3401

