แพ็กเกจฉายแสงกระจกตา

Price range: ฿18,000.00 through ฿19,000.00

SKU:: N/A

ระยะเวลา

  • หมดเขต 31 ธันวาคม 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ศูนย์โรคตา อาคาร 2 ชั้น 4 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2440,2441


แจ้งถึง !! กรณีการซื้อแพ็กเกจสุขภาพของโรงพยาบาลลาดพร้าว ผ่านทางระบบออนไลน์นั้นระบบยังไม่พร้อมเปิดให้บริการ จึงมีความจำเป็นขอปิดระบบออกไปก่อน ขออภัยในความไม่สะดวก ณ โอกาสนี้

คำอธิบาย

แพ็กเกจ : นวัตกรรม

ลำดับที่ รายการตรวจ ราคา (บาท)
1 รักษากระจกตาโก่ง (1 ข้าง) (สำหรับคนไทย) 18,000.-
2 รักษากระจกตาย้วย (1 ข้าง) (สำหรับคนไทย) 18,000.-
3 รักษากระจกตาโป่งพอง (1 ข้าง) (สำหรับคนไทย) 19,000.-

เงื่อนไขการเข้ารับบริการ

  • ค่าแพทย์ ได้แก่ ค่าจักษุแพทย์ผู้ทำผ่าตัด
  • ค่าบริการพยาบาล ได้แก่ค่าบริการพยาบาลผู้ป่วยนอก และพยาบาลประจำห้องห้องผ่าตัด
  • ค่าห้องผ่าตัด
  • ค่ายาได้แก่ ค่ายาที่ใช้ในห้องผ่าตัดที่เกี่ยวของกับการผ่าตัดตามรายการที่กำหนด
  • ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ที่ใช้ในห้องผ่าตัด ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดตามรายการที่กำหนด
  • ค่ายากลับบ้านตามรายการที่กำหนด
  • ค่าเลนส์เทียม ตามชนิดที่กำหนดในรายการเหมาจ่า

รายการแพ็กเกจไม่รวมรายการดังต่อไปนี้

  • ค่าปรึกษาแพทย์ก่อนวันมารับการผ่าตัด
  • โปรแกรมเหมาจ่ายเป็นการผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอก ไม่รวมค่าห้องพักในกรณีนอนในโรงพยาบาล
  • ไม่รวมการรักษาที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรค และกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • ในกรณีใช้วิธีดมยาสลบไม่สามารถใช้รายการเหมาจ่ายได้

หมายเหตุ

  • ราคาแพ็กเกจสำหรับคนไทยและต่างชาติที่พักอาศัยและทำงานในประเทศไทย (Expatriate)
  • ราคาแพ็กเกจ สำหรับผู้ที่ชำระด้วยเงินสดหรือเครดิตการ์ด และไม่สามารถ ใช้ร่วมกับการเรียกเก็บจากบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกัน บริษัทตัวแทนต่างๆ รวมถึงการใช้ร่วมกับส่วนลดตามสิทธิพิเศษอื่นๆได้
  • การพิจารณาใช้แพ็กเกจผ่าตัดต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ผ่าตัด

ระยะเวลา

  • หมดเขต 31 ธันวาคม 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ศูนย์โรคตา อาคาร 2 ชั้น 4 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2440,2441

» คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q : การฉายแสงกระจกตา (CXL) คืออะไร?

A : เป็นการใช้ ยาหยอดตาไรโบฟลาวิน (Riboflavin หรือวิตามิน B2) ร่วมกับการฉาย แสงอัลตราไวโอเลตเอ (UVA) เพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้เส้นใยคอลลาเจนในกระจกตาเชื่อมยึดกันแข็งแรงขึ้น เปรียบเสมือนการเพิ่ม “โครงลวด” ให้กับกระจกตาที่เคยอ่อนแอ

Q :ใครบ้างที่ควรเข้ารับการรักษานี้?

A : 1.ผู้ป่วยโรคกระจกตาย้วย (Keratoconus): ที่ตรวจพบว่าอาการกำลังแย่ลง (Progressive)

     2.ผู้ที่มีกระจกตาโป่งพองหลังทำเลสิก (Post-LASIK Ectasia): ซึ่งพบได้น้อยแต่จำเป็นต้องรักษาเพื่อประคองความหนาของกระจกตา

     3.เป้าหมายหลัก: ไม่ใช่เพื่อให้สายตากลับมาปกติ แต่เพื่อ “หยุดยั้ง” ไม่ให้โรคลุกลามจนถึงขั้นต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา

Q : หลังฉายแสงแล้วสายตาจะดีขึ้นทันทีไหม?

A : 1.ในช่วง 1–3 เดือนแรก สายตาอาจจะยังไม่คงที่หรือมัวลงเล็กน้อย

     2.หลังจากนั้นสายตาจะค่อยๆ คงที่ และผู้ป่วยมักยังต้องสวมแว่นหรือคอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งแข็ง (Scleral lens) เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน