แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม

฿4,500.00

ระยะเวลา

  • หมดเขต 31 ธันวาคม 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ศูนย์สุขภาพสตรี อาคาร 2 ชั้น 3 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2310,2320


แจ้งถึง !! กรณีการซื้อแพ็กเกจสุขภาพของโรงพยาบาลลาดพร้าว ผ่านทางระบบออนไลน์นั้นระบบยังไม่พร้อมเปิดให้บริการ จึงมีความจำเป็นขอปิดระบบออกไปก่อน ขออภัยในความไม่สะดวก ณ โอกาสนี้

คำอธิบาย

แพ็กเกจ : ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม

ลำดับที่ โปรแกรมตรวจที่ 1 ราคา (บาท)
1 ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก+HPV (สำหรับคนไทย)
2 ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ตรวจด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ (สำหรับคนไทย)
4,500.-

เงื่อนไขการเข้ารับบริการ

  • ราคาแพ็กเกจ รวมค่าแพทย์ ค่ารายการตรวจตามที่กำหนด ค่าบริการโรงพยาบาล
  • สำหรับสมาชิกคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยเท่านั้น
  • ราคาแพ็กเกจอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า

ระยะเวลา

  • หมดเขต 31 ธันวาคม 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ศูนย์สุขภาพสตรี อาคาร 2 ชั้น 3 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2310,2320

» คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1.การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer Screening)

Q : ทำไมต้องตรวจ ทั้งที่ไม่มีอาการ?

A : มะเร็งปากมดลูกในระยะแรกมัก ไม่แสดงอาการ การตรวจคัดกรองช่วยให้พบความผิดปกติของเซลล์หรือการติดเชื้อไวรัส HPV ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ก่อนจะกลายเป็นมะเร็ง

Q : มีวิธีการตรวจแบบไหนบ้าง?

A : 1.Pap Smear / Liquid-based Cytology: เก็บตัวอย่างเซลล์บริเวณปากมดลูกไปส่องกล้องตรวจหาความผิดปกติ

      2.HPV DNA Test: เป็นวิธีที่แม่นยำสูง โดยการตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูง (โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก

Q : ใครบ้างที่ควรตรวจ และบ่อยแค่ไหน?

A : 1.ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว หรือผู้หญิงอายุ 25-30 ปีขึ้นไป

      2.หากตรวจแบบ HPV DNA Test แล้วผลเป็นปกติ สามารถเว้นระยะการตรวจได้ทุก 5 ปี

     3.หากตรวจแบบเซลล์วิทยา (Pap Smear) แนะนำให้ตรวจทุก 2 ปี

2. การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม (Breast Cancer Screening)

Q : วิธีการตรวจที่มาตรฐานที่สุดคืออะไร?

A : 1.Mammogram: ใช้รังสีเอกซเรย์ปริมาณต่ำเพื่อดูจุดหินปูนหรือก้อนขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

      2.Ultrasound: ช่วยแยกแยะระหว่างก้อนเนื้อและถุงน้ำ (Cyst) ให้ชัดเจนขึ้น

Q : ควรเริ่มตรวจเมื่อไหร่?

A : 1.อายุ 20 ปีขึ้นไป: ควรเริ่มฝึกตรวจเต้านมด้วยตัวเอง (BSE) เป็นประจำทุกเดือนหลังหมดประจำเดือน 7 วัน

      2.อายุ 35-40 ปี: ควรเริ่มตรวจแมมโมแกรมครั้งแรกเพื่อเป็นค่าพื้นฐาน (Baseline)

      3.อายุ 40 ปีขึ้นไป: แนะนำให้ตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เป็นประจำ ปีละ 1 ครั้ง

Q : สัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?

A : 1.คลำพบก้อนเนื้อที่เต้านมหรือรักแร้

      2.ผิวหนังที่เต้านมบุ๋มลงไป หนาตัวขึ้น หรือมีลักษณะเหมือนผิวส้ม

      3.หัวนมบุ๋ม หรือมีเลือด/ของเหลวไหลออกจากหัวนม

      4.หัวนมบุ๋ม หรือมีเลือด/ของเหลวไหลออกจากหัวนม