แพ็กเกจวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส (สำหรับผู้สูงอายุ)

฿2,990.00

ระยะเวลา

  • หมดเขต 31 ธันวาคม 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ศูนย์อายุรกรรม 2 ชั้น G โทร.0 2530 2556 ต่อ 2010,2020


แจ้งถึง !! กรณีการซื้อแพ็กเกจสุขภาพของโรงพยาบาลลาดพร้าว ผ่านทางระบบออนไลน์นั้นระบบยังไม่พร้อมเปิดให้บริการ จึงมีความจำเป็นขอปิดระบบออกไปก่อน ขออภัยในความไม่สะดวก ณ โอกาสนี้

คำอธิบาย

แพ็กเกจ : วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส (สำหรับผู้สูงอายุ)

ลำดับที่ รายการตรวจ ราคา (บาท)
1 วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส (สำหรับผู้สูงอายุ)  2 เข็ม (สำหรับคนไทย) 2,990.-

เงื่อนไขการเข้ารับบริการ

  • ราคาแพ็กเกจ รวมค่าแพทย์ ค่ารายการตรวจตามที่กำหนด ค่าบริการโรงพยาบาล
  • สำหรับสมาชิกคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยเท่านั้น
  • ราคาแพ็กเกจอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า

ระยะเวลา

  • หมดเขต 31 ธันวาคม 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ศูนย์อายุรกรรม อาคาร 2 ชั้น G โทร.0 2530 2556 ต่อ 2010,2020

» คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q : ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนอีสุกอีใส?

A : 1.เด็ก: แนะนำให้เริ่มฉีดเข็มแรกเมื่ออายุ 12-15 เดือน และเข็มที่สองเมื่ออายุ 4-6 ปี (หรือเว้นระยะจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน)

     2.ผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นที่ยังไม่เคยเป็น: หากยังไม่เคยฉีดวัคซีนและยังไม่เคยเป็นโรค ควรฉีด 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 4-8 สัปดาห์

     3.กลุ่มเสี่ยง: บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่ต้องใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยงที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

Q : ฉีดวัคซีนแล้วยังมีโอกาสเป็นโรคได้ไหม?

A : 1.มีตุ่มขึ้นน้อย (อาจไม่ถึง 50 ตุ่ม)

     2.ไม่มีไข้หรือไข้ต่ำมาก

     3.ตุ่มมักไม่กลายเป็นหนองและหายเร็วขึ้น

Q : ถ้าเคยเป็นอีสุกอีใสแล้ว ต้องฉีดวัคซีนอีกไหม?

A : ไม่ต้องค่ะ โดยปกติเมื่อเป็นแล้วร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติไปตลอดชีวิต การฉีดวัคซีนในผู้ที่เคยเป็นแล้วจึงไม่มีความจำเป็นในเชิงการป้องกันโรคอีสุกอีใส

Q : ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง?

A : 1.อาการปวด บวม หรือรอยแดงบริเวณที่ฉีด

     2.มีไข้ต่ำๆ

     3.อาจมีผื่นขึ้นเล็กน้อยคล้ายตุ่มอีสุกอีใส (พบได้ประมาณ 1-3% ของผู้ฉีด) ซึ่งมักหายไปเอง

Q : ใครที่ไม่ควรฉีดหรือควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน?

A : 1.หญิงตั้งครรภ์: ไม่ควรฉีด และควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์หลังฉีดอย่างน้อย 1 เดือน

     2.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง: เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังให้เคมีบำบัด หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน (ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง)

     3.ผู้ที่เพิ่งได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือด: ควรเว้นระยะตามที่แพทย์แนะนำ (ประมาณ 3-11 เดือน)