الوصف

แพ็กเกจ : ตรวจคัดกรองมะเร็งหู คอ จมูก
| ลำดับที่ | รายการตรวจ | ราคา (บาท) |
| 1 | ตรวจคัดกรองมะเร็งโพรงจมูกและหลังโพรงจมูก (สำหรับคนไทย) | 990.- |
| 2 | ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากและลำคอ (สำหรับคนไทย) | 990.- |
| 3 | ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากและลำคอ &โพรงจมูกและหลังโพรงจมูก (สำหรับคนไทย) | 1,390.- |
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
- ราคาแพ็กเกจ รวมค่าแพทย์ ค่ารายการตรวจตามที่กำหนด ค่าบริการโรงพยาบาล
- สำหรับสมาชิกคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยเท่านั้น
- ราคาแพ็กเกจอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า
ระยะเวลา
- หมดเขต 31 มิถุนายน 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ศูนย์อายุรกรรมเฉพาะทางและหู คอ จมูก อาคาร 1 ชั้น 2 โทร.0 2530 2556 ต่อ 1222,1219
» คำถามที่พบบ่อย (FAQs
ตรวจคัดกรองมะเร็งโพรงจมูกและหลังโพรงจมูก
Q : ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง?
A : 1.ผู้ที่มีอาการผิดปกติเรื้อรัง: เช่น คัดจมูกข้างเดียว, เลือดกำเดาไหลบ่อย, หูอื้อข้างเดียว หรือมีก้อนที่คอ
2.กลุ่มเสี่ยงทางพันธุกรรม: มีประวัติครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) เป็นมะเร็งโพรงจมูก
3.พฤติกรรมเสี่ยง: สูบบุหรี่จัด หรือรับประทานอาหารหมักดอง/ถนอมอาหารที่มีสารไนโตรซามีนเป็นประจำ
Q : วิธีการตรวจคัดกรองหลักๆ มีอะไรบ้าง?
A : 1.การส่องกล้องตรวจหลังโพรงจมูก (Nasal Endoscopy): แพทย์จะใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้าทางรูจมูกเพื่อดูเนื้อเยื่อบริเวณหลังโพรงจมูกโดยตรง หากพบความผิดปกติสามารถเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ (Biopsy) ไปตรวจได้ทันที
2.การตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันต่อไวรัส EBV (EBV DNA/Serology): เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้มีความสัมพันธ์อย่างมากกับเชื้อไวรัส Epstein-Barr (EBV) การตรวจปริมาณ DNA ของไวรัสในเลือดจึงใช้เป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงได้ดี
Q : ถ้าตรวจพบเร็ว มีโอกาสหายขาดแค่ไหน?
A : 1.ระยะเริ่มต้น (1-2): มีโอกาสหายขาดสูงถึง 80-90%
2.ระยะลุกลาม: โอกาสรักษาหายจะลดลง แต่ปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ ที่ช่วยควบคุมโรคได้ดีขึ้นมาก
Q : อาการแบบไหนที่ “ต้องรีบไปพบแพทย์” ทันที?
A : สัญญาณเตือน: หากคุณมีอาการ หูอื้อข้างเดียว ติดต่อกันเกิน 2-3 สัปดาห์ โดยที่ไม่ได้เป็นหวัด หรือพบ ก้อนแข็งที่ลำคอใต้ติ่งหู ซึ่งมักจะไม่มีอาการเจ็บ ควรรีบไปพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อส่องกล้องทันที
ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากและลำคอ
Q : ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการตรวจ?
A : 1.สูบบุหรี่ หรือเคี้ยวยาเส้น (ปัจจัยหลัก)
2.ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นประจำ
3.มีประวัติการติดเชื้อไวรัส HPV (โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งลำคอ)
4.เคี้ยวหมากหรือใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดีจนเกิดแผลเรื้อรัง
5.ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
Q : สัญญาณเตือนแบบไหนที่ “ต้องรีบไปหาหมอ”?
A : หากคุณมีอาการเหล่านี้เกิน 2-3 สัปดาห์ แล้วไม่หายเอง ควรปรึกษาแพทย์ทันที
1.มีแผลในปากคล้ายร้อนในแต่ไม่เจ็บ หรือเจ็บแต่ไม่ยอมหาย
2.มีก้อนเนื้อหรือรอยปื้นสีขาว/แดง ในช่องปาก
3.เสียงแหบเรื้อรัง
4.กลืนอาหารลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ
5.มีก้อนนูนที่คอ (โดยที่ไม่มีอาการอักเสบหรือเป็นหวัด)
Q : ขั้นตอนการตรวจคัดกรองมีอะไรบ้าง?
A : การตรวจส่วนใหญ่ไม่เจ็บและใช้เวลาไม่นาน
1.การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะใช้ไฟส่องดูในปาก ใต้ลิ้น กระพุ้งแก้ม และใช้มือคลำบริเวณลำคอเพื่อหาความผิดปกติ
2.การส่องกล้อง (Endoscopy): กรณีตรวจลำคอ แพทย์อาจใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านจมูกหรือปากเพื่อดูลำคอส่วนลึก (มีการพ่นยาชา ไม่เจ็บอย่างที่คิด)
3.การย้อมสี (Toluidine Blue Swab): ใช้สารเคมีทาบริเวณที่สงสัยเพื่อดูการเปลี่ยนสีของเนื้อเยื่อ
4.การตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy): หากพบจุดที่น่าสงสัย หมอจะนำชิ้นเนื้อเล็กๆ ไปตรวจในห้องแล็บเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งหรือไม่


