
» โรคไส้ติ่งอักเสบในเด็ก
- ภาวะที่อันตรายและจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไส้ติ่งในเด็กมีผนังที่บางกว่าผู้ใหญ่ ทำให้มีโอกาสแตกทะลุได้ง่ายกว่า ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การติดเชื้อในช่องท้อง (peritonitis) หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
» อาการที่ควรสังเกต
- อาการของไส้ติ่งอักเสบในเด็กอาจไม่ชัดเจนเท่าในผู้ใหญ่ ทำให้พ่อแม่ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถสื่อสารได้ชัดเจน อาการที่พบบ่อยได้แก่
- อาการปวดท้อง
- ในเด็กโต : มักเริ่มปวดมวนๆ รอบสะดือในช่วงแรก จากนั้นอาการปวดจะย้ายมาปวดที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา และปวดอย่างต่อเนื่อง
- ในเด็กเล็ก : เด็กจะปวดท้องจนงอแง ร้องกวนผิดปกติ บางรายอาจปวดจนตัวงอ และคลำบริเวณท้องน้อยด้านขวาแล้วเด็กจะเกร็งและรู้สึกเจ็บ
- อาการอื่นๆ
- เบื่ออาหาร ไม่ยอมกินนม หรือไม่กินข้าว
- คลื่นไส้ อาเจียน
- มีไข้ ซึ่งเป็นอาการเด่นชัดของการอักเสบ
- ท้องอืด
- ถ่ายเหลวหรือท้องเสีย
- หากมีอาการปวดท้องที่รุนแรงขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย และอาการปวดไม่ดีขึ้นแม้ว่าจะอาเจียนหรือถ่ายแล้ว ควรสงสัยว่าอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบและรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว
- อาการปวดท้อง
» สาเหตุ
- สาเหตุหลักของไส้ติ่งอักเสบเกิดจากการอุดตันของโพรงไส้ติ่ง ซึ่งอาจเกิดจาก
- อุจจาระแข็ง : เศษอุจจาระตกลงไปในโพรงไส้ติ่งจนเกิดการอุดตัน
- ต่อมน้ำเหลืองโต : ต่อมน้ำเหลืองบริเวณโคนไส้ติ่งบวมขึ้นจนไปกดทับโพรงไส้ติ่ง
- หนอนพยาธิ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ
- การหักพับงอ ของตัวไส้ติ่ง
- เมื่อเกิดการอุดตัน จะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อภายในไส้ติ่ง หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ ไส้ติ่งจะขาดเลือดไปเลี้ยงและอาจแตกทะลุได้
» การวินิจฉัยและการรักษา
- การวินิจฉัย : แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย โดยเฉพาะการกดตรวจบริเวณท้องน้อยด้านขวา นอกจากนี้ อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูค่าเม็ดเลือดขาวที่สูงขึ้น และการตรวจทางรังสีวิทยา เช่น อัลตราซาวด์ หรือ CT scan
- การรักษา : การรักษาหลักคือการ ผ่าตัดไส้ติ่งออก ซึ่งทำได้ 2 วิธี คือ
- การผ่าตัดเปิดหน้าท้อง : แพทย์จะกรีดหน้าท้องเพื่อนำไส้ติ่งออก
- การผ่าตัดผ่านกล้อง (laparoscopic surgery) : เป็นวิธีที่นิยมในปัจจุบัน เพราะมีแผลเล็กกว่า ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่า และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ ศูนย์กุมารเวชกรรม อาคาร 2 ชั้น 2 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2200,2201

