Hotline 0-2530-2556 โรงพยาบาลคุณภาพ โรงพยาบาลสีเขียว 22 ปี Green Hospital

ความรู้เพื่อสุขภาพ

<< กลับ
รู้ทัน..โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน คือ การที่มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ
ทำไมถึงเป็นเบาหวาน
โดยปกติร่างกายของคนเราจะมีฮอร์โมนอินซูลินซึ่งผลิตจากตับอ่อนทำหน้าที่พาน้ำตาลจากแหล่งอาหารที่เรากินเข้าไปสู่เนื้อเยื่อ หากกลไกนี้ผิดปกติจะทำให้เกิดเบาหวาน
อาการของผู้ป่วยโรคเบาหวาน 
กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
1.กรรมพันธุ์ (พ่อ แม่ พี่น้องเป็นโรคเบาหวาน)
2.อายุมากกว่า 35 ปี
3.อ้วน
4.ขาดการออกกำลังกาย
5.ความดันโลหิตสูง
6.รับประทานอาหารหวานจัด
7.เคยเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
ระดับน้ำตาลเท่าไรจึงจะถือว่าเป็นโรคเบาหวาน
-ผลน้ำตาลหลังอดอาหารข้ามคืน (มากกว่า 8 ชั่วโมง) มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร 2 ครั้งขึ้นไป
-ผลน้ำตาลเวลาใดเวลาหนึ่งมากกว่าหรือเท่ากับ 200 มก/ดล ร่วมกับมีอาการของเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย ตามัว อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
เป็นโรคเบาหวานจะเกิดอะไรตามมาบ้าง
1.ภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจและหลอดเลือด
 ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดมักมีอาการดังนี้
-เจ็บแน่นบริเวณกลางหน้าอก หรือรู้สึกเหมือนหายใจอึดอัด อาจร้าวไปที่แขน ไหล่ซ้าย ข้อศอก ขากรรไกร เฉียบพลัน
-เป็นลมหมดสติ
2.ภาวะแทรกซ้อนต่อสมอง
อาจมีภาวะสมองขาดเลือด หรือมีเลือดออกในเนื้อสมอง โดยอาจมีอาการเตือน ของโรคหลอดเลือดสมองอาจพบเพียง 1 อาการหรือมากกว่า1อาการ ดังนี้ 
 มีอาการอ่อนแรงของใบหน้า การมองเห็นลดลง 1 หรือทั้ง 2 ข้าง
มีอาการอ่อนแรงของแขนหรือขาซีกเดียว
พูดหรือออกเสียงลำบาก 
ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้รีบไปโรงพยาบาลโดยด่วนภายใน 3 ชั่วโมง 
3.ภาวะแทรกซ้อนทางตา
เกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอตาซึ่งระยะเริ่มต้นไม่ปรากฎอาการ จึงทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ  แต่หากมีอาการตามัวก็มักเป็นขั้นรุนแรงแล้ว  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจคัดกรองจอตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง “ รู้เร็ว รักษาได้ ตาไม่บอด ”
4.ภาวะแรกซ้อนทางไต
โดยปกติภายในร่างกายจะต้องผ่านการกรองที่ไตเพื่อกำจัดของเสียอกพร้อมกับปัสสาวะ โดยที่ต้องกรองเลือดซึ่งมีน้ำตาลสูงเป็นเวลานาน ไตจะทำงานหนักทำให้มีสภาพเสื่อมลง ทำให้มีโปรตีนจะรั่วปนออกมากับปัสสาวะ
อาการ
ซีด อ่อนเพลีย บวมที่หน้า หนังตา หลังเท้า ถ้ารุนแรงมากอาจบวมทั้งตัว หากมีความดันโลหิตสูง หรือมีภาวะไขมันในเลือดสูง หรือ สูบบุหรี่ด้วย จะทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น หากภาวะไตวายเป็นหนักขึ้นในที่สุดผู้ป่วยจะตัดล้างไต
ตามมาตรฐานผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจประเมินค่าการทำงานของไตปีละ 1 ครั้ง
5.ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท นิ้ว เท้า
- ผู้เป็นเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี จะทำให้ ปลายประสาทเสื่อม เท้าชา เท้าผิดรูป ผิวแห้ง เกิดแผลเรื้องรังที่เท้า แผลติดเชื้อ ถูกตัดเท้าหรือขา
- หลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน เกิดแผลเรื้อรังที่เท้า แผลติดเชื้อ ถูกตัดเท้าหรือขา
ความบกพร่องของระบบประสาทัตโนมัติ ทำให้ถ่ายปัสสาวะไม่หมด เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีความผิดปกติในการกลืนอาหาร ท้องอืด
การดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
1.ตรวจเท้าทุกวัน
2.ล้างเท้าให้สะอาจและเช็ดให้แห้ง
3.ตัดเล็บสั้น ระวังเล็บฝังลงไปในเนื้อ
4.ไม่เดินเท้าเปล่า
5.สวมรองเท้าและถุงเท้าที่ไม่คับ ตรวจรองเท้าก่อนสวม
6.ไม่ประคบร้อนหรือประคบเย็นที่เท้า
7.ไม่ตัดตาปลาหรือหูดด้วยตนเอง
วิธีการจัดการตนเองที่จะช่วยให้ควบคุมโรคเบาหวานได้สำเร็จ
1.ตั้งเป้าหมายในการควบคุมโรคเบาหวาน
2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามเป้าหมายที่กำหนดและติดตามความก้าวหน้าในเรื่อง ดังนี้
- การรับประทานอาหาร
- ออกกำลังกาย ทำกิจกรรม
- การใช้ยา
- งดสูบบุหรี่
- การแก้ไขปัญหาภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป
- การจัดการกับความเครียด
3.คิดและตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะสมเพื่อให้ประสบผลสำเร็จในการควบคุมโรคเบาหวาน
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแค่ไหนถึงจะเพียงพอ
-ก่อนอากหารควรอยู่ระหว่าง 90-130 มิลลิกรัม
-ค่าฮีโมโกบิน เอ วัน ซี ควรน้อยกว่า 7%
ข้อแนะนำสำหรับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้เป็นเบาหวาน
-รับประทานอาหารครบ 5 หมู่และมีความหลากหลาย
-รับประทานอาหารประเภทผักและเส้นใยอาหารให้มากขึ้น
-จำกัดอาหารที่มีน้ำตาล เกลือและไขมันสูง
-รับประทานผลไม้รสไม่หวาน ไม่เกิน 1 กำมือต่อวัน
-รับประทานอาหารเป็นเวลา
-หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวาน เครื่องดื่มบำรุกำลัง ควรเลือกดื่มน้ำเปล่าหากดื่มนมควรเลือกนมพร่องมันเนย
-หากต้องไปงานเลี้ยงควรเลือกรับประทานอาหารด้วยความระมัดระวัง
-เลือกรับประทานอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่างแทนทอดหรือผัด
ช้อปฏิบัติในการออกกำลังกาย
-การออกกำลังกายที่เหมาะสมคือ ประมาณ 30-45 นาที อย่างน้อย 5ครั้ง/สัปดาห์ โดยท่านควรเลือกให้เหมาะกับตัวเอง เช่นการเดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ
ข้อปฏิบัติในการใช้ยา
-กินยาให้ถูกวิธีตามเวลาและถูกขนาด
-ไม่ขาดยา ไม่หยุดยาเอง หากลืมควรรับประทานทันที เมื่อนึกได้ แต่ไม่คสรเพิ่มจำนวนในมื้อถัดไป
-ไม่เพิ่มหรือลดยาด้วยตนเอง
ทำไมผู้ที่เป็นเบาหวานบางรายต้องฉีดอินซูลิน
การใช้อินซูลิน เป็นวิธีการรักษาเบาหวานอีกวิธีหนึ่งหากรักษาด้วยยาชนิดรับประทานในขนาดสูงสุดแล้วยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ อาจจำเป็นต้องฉีดอินซูลินเพื่อควบคุม
หากมีอาการเตือนของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ 
ให้ดื่มน้ำหวานประมาณครึ่งแก้วหรืออมลูกอม หรือหลังจากนั้นให้รับประทานข้าวหรือขนมปัง แล้วนอนพักประมาณ 15 นาที ถ้าไม่ดีขึ้นให้ดื่มซ้ำอีกครั้ง หากยังไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์
การป้องกันอันตรายจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
-ควรพกลูกอมติดตัวอยู่เสมอเมื่อมีอาการของน้ำตาลต่ำ ควรอมลูกอมทันที
-ควรใส่ชื่อที่มีกระเป๋าและเขียน ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ลแระบุวิธีช่วยเหลือหากพบท่านหมดสติ