Hotline 0-2530-2556 โรงพยาบาลคุณภาพ โรงพยาบาลสีเขียว 22 ปี Green Hospital

ความรู้เพื่อสุขภาพ

<< กลับ
รักษาอาการปวด กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อ ด้วยเครื่องเลเซอร์กำลังสูง (High power laser therapy)

High power laser therapy
การรักษาด้วยเลเซอร์กำลังสูงเลเซอร์ (Laser)เป็นการรักษา ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic wave)ซึ่งเป็นลำแสง ที่มีความถี่และความยาวคลื่นเดียวโดยอาจเป็นลำแสงที่มีสีให้มองเห็นด้วยตาเปล่าหรือไม่ก็ได้ ทุกคลื่นในลำแสงมีความพร้อมเพรียง ไม่มีการกระจายของลำแสงด้วย เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถควบคุมกำกับให้เลเซอร์ ที่แม้จะมีกำลังสูงก็ไม่ก่อให้เกิดความร้อนที่ผิวหนังและ เนื้อเยื่อจนถึงขีดอันตรายตรงกันข้ามกำลังที่สูงขึ้นร่วมกับค่าความยาวคลื่นที่มากทำให้เลเซอร์สามารถลงผ่านผิวหนังสู่เนื้อเยื่อในตำแหน่งที่ลึกตามเป้าหมายได้อย่างแม่นยำกลไกการทำงานของการรักษาด้วยเลเซอร์
เป็นลักษณะการปรับด้านชีวภาพ (biomodulation)เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับ 3 กลไกหลัก ได้แก่

1. ผลทางเคมี (Chemical effect)
พบว่าเลเซอร์จะทำให้ระดับของสารก่อการอักเสบ (inflammatory mediators)และสารตั้งต้น ของการอักเสบ (proinflammatory cytokines) บางตัวและสภาวะเครียดออกซิเดชั่น (oxidative stress) ในเซลล์ลดลงอีกหนึ่งกลไกที่เป็นไปได้ คือ แสงเลเซอร์ไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างพลังงานมาใช้ในการรักษาความสมดุล และ สร้างเสริมเนื้อเยื่อให้ดีขึ้น

2. ผลจากความร้อน (Thermal effect)
เลเซอร์ทำให้เกิดการสั่นของอะตอมในเซลล์ ส่งผลให้เพิ่มการขยายตัว และ การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ช่วยเพิ่ม ออกซิเจน สารอาหาร และสารกระตุ้นการเจริญเติบโต (growth factor) นำไปสู่การซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ดีขึ้น

3. ผลทางเชิงกล (Mechanical effect)
เลเซอร์ทำให้เกิดคลื่นแรงดันภายในเนื้อเยื่อ (elastic pressure wave)ส่งผลเพิ่ม การไหลเวียนของน้ำเหลือง ลดการบวมได้

เลเซอร์กำลังสูงรักษาโรคอะไรได้บ้าง

กลุ่มแรก โรคที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดทั้งหลายในระบบกล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ ได้แก่

• กล้ามเนื้อ เอ็น ไขข้อ บาดเจ็บอักเสบเคล็ดยอก ทุกระยะของโรค ทั้งเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน และเรื้อรัง ทั้งที่เป็นตามบริเวณคอ บ่า ไหล่ แขน ศอก มือ หลัง เอว เข่า เท้า ยิ่งมีอาการบวมแดง ฟกช้ำ ยิ่งได้ผลดี
• เอ็นข้อไหล่อักเสบ ไหล่ติดระยะเริ่มแรก
• เอ็นข้อศอก เอ็นข้อมืออักเสบ
• นิ้วล็อค
• เอ็นร้อยหวายอักเสบ
• ผังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ
• ข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้อ เอ็น ผังผืดรอบเข่าอักเสบ
• มือชาจากโรคอุโมงค์ข้อมือ
• ข้อนิ้วมือเสื่อม อักเสบ
• ปวดเอว กล้ามเนื้อเอวอักเสบ
• อาการปวดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาททั้งที่คอและเอว
• อาการปวดบวมอักเสบรอบแผลหลังการผ่าตัด
• อาการปวดศีรษะที่มีสาเหตุมาจากความตึงตัวของกล้ามเนื้อคอ ท้ายทอย

กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มโรคที่เกี่ยวกับเส้นประสาทโดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่จะมาด้วย อาการปวดและชา ได้แก่
• มือเท้าชาจากปลายเส้นประสาทอักเสบเนื่องจากโรคเบาหวาน
• มือเท้าชาจากปลายเส้นประสาทอักเสบเนื่องจากผลแทรกซ้อน จากยา เคมีบำบัด
• ปวดแขนขาในระยะฟื้นหลังจากบาดเจ็บเส้นประสาท
• ปวดชา กล้ามเนื้อยึดเกร็งในผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตจาก โรคหลอดเลือดสมอง หรือจากการบาดเจ็บไขสันหลัง
• อาการปวดประสาทจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 
• อาการปวดประสาทจากโรคงูสวัด

กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มโรคที่มีอาการบวมของแขนขา ได้แก่ 
• อาการบวมช้ำจากการบาดเจ็บ รวมทั้งเลือดออกใต้ผิว
• อาการบวมแขนจากต่อมน้ำเหลืองอุดตันหลังจากการผ่าตัดเต้านมและ ต่อมน้ำเหลือง

กลุ่มสุดท้าย คือแผลจากสาเหตุต่างๆ
• แผลบาดเจ็บ
• แผลเบาหวาน 
• แผลกดทับ
• แผลจากโรคหลอดเลือด เป็นต้น
สอบถามรายละเอียดและเข้ารับบริการได้ที่ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (อาคาร3) ชั้น 4 โทร. 02-530-2556 ต่อ 3420