Hotline 0-2530-2556 Quality Hospital Green Hospital 22 ปี Green Hospital

Health knowledge

<< Back
โรคอุจจาระร่วง (Diarrhea)  โรคอุจจาระร่วง (Diarrhea)
          โรคอุจจาระร่วง คือ กลุ่มอาการที่มีการถ่ายอุจจาระเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายมีมูกปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก ตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป ใน 1 วัน อาจมีอาการอาเจียนหรือเป็นไข้ร่วมด้วย
































สาเหตุของโรคอุจจาระร่วง
          โรคอุจจาระร่วงเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้ออหิวาตกโรค (cholerae), เชื้อบิด (Shield), ซาลโมเนลลา (Salmonella), อีโคไล (E.coli) ฯลฯ เชื้อปรสิตในลำไส้ เช่น ไจอาเดีย (Giardia), อะมีบา (Amoeba) หรือจากเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสโรต้า (Rotavirus) หัด (Measles) ฯลฯ นอกจากนี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น มาลาเรีย (Malaria) หนอนพยาธิบางชนิด หรือสารเคมีบางอย่างทำให้เกิดอุจจาระร่วงได้ ทั้งนี้ระยะฟักตัวของเชื้อจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุ ในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อมักมีระยะฟักตัว 6-8 ชั่วโมงขึ้นไป

อาการของโรคอุจจาระร่วง
          อาการของโรค คือ ผู้ป่วยจะถ่ายอุจจาระเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายมีมูกปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก ตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป ใน 1 วัน โดยทั่วไปสามารถบอกสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงได้เบื้องต้น โดยอาศัยการตรวจดูลักษณะอุจจาระ อายุ และฤดูกาล

เชื้อไวรัสที่พบบ่อย
          เชื้อไวรัสที่พบได้บ่อย ได้แก่ 
         1. ไวรัสโรต้า อุจจาระมีลักษณะเป็นฟองกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือกลิ่นกรด พบบ่อยในเด็กที่รับประทานนม และเมื่อถ่ายบ่อยจะระคายผิวหนังเป็นผื่นแดงบริเวณรอบ ๆ ทวารหนัก โรต้าไวรัส พบในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปี และพบบ่อยในช่วงที่มีอากาศเย็นลงเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
         2. เชื้ออีโคไล อุจจาระมีลักษณะเป็นน้ำใสเหมือนปัสสาวะ มีกลิ่นเหม็นคาว พบได้ตลอดปี เชื้อซัลโมเนลลา อาจมีไข้หรือไม่มีไข้ก็ได้ ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำสีเขียวในช่วงแรก 2-3 ครั้ง ต่อมาอาจถ่ายเหลวมีมูกและเลือดปน พบได้บ่อยในช่วงต้นฤดูฝน 
         3. เชื้อชิกเกลลา ในเด็กมักมีไข้สูง อาจพบมีชักร่วมด้วย ช่วงแรกอาจถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ ต่อมาถ่ายกะปริบกะปรอยมีมูกเลือดปน มีอาการปวดท้องเหมือนถ่ายไม่สุด พบในเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป 
         4. เชื้ออหิวาต์ ผู้ป่วยจะถ่ายอุจจาระเป็นน้ำครั้งละมาก ๆ ในรายที่เป็นรุนแรงอุจจาระมักมีสีขาวเหมือน น้ำซาวข้าว มีกลิ่นคาวและฝาดเหมือนกลิ่นน้ำดีที่ย่อยอาหาร พบได้ในทุกอายุและมักพบในช่วงฤดูแล้งหรือมีอุบัติภัย

การป้องกันโรค
         1. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ไม่มีแมลงวันตอม
         2. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ให้สะอาดทุกครั้ง ก่อน – หลังรับประทานอาหาร หลังขับถ่าย และสัมผัสสิ่งปฏิกูล
         3. อย่าใช้มือสัมผัสอาหารที่ปรุงสุกแล้วโดยตรง ควรใช้ช้อนกลาง/ทัพพี
         4. ทำความสะอาดภาชนะที่ใช้ในการกินและดื่มอย่างถูกวิธี
         5. ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเตรียมอาหาร และนมสำหรับเด็ก กรณีชงนมผสมควรใช้น้ำต้มสุกสะอาด ควรล้างขวดนม จุกนม และฝาปิดขวดนมให้สะอาด และน้ำไปต้มในน้ำร้อน นานประมาณ 10 นาที และทิ้งให้แห้งก่อนชงนม
         6. กำจัดอุจจาระอย่างถูกวิธี
         7. แยกเด็กที่ป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง แยกของเล่นของใช้ และทำความสะอาดทันทีเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และควรให้หยุดรักษาตัวที่บ้านจนกว่าจะหาย

แนวทางการรักษาโรคอุจจาระร่วง
         1. แนะนำพ่อแม่ให้สารน้ำเกลือแร่ทางปากแก่ลูก ครึ่งแก้วถึงหนึ่งแก้วต่อการถ่ายอุจจาระหนึ่งครั้ง เมื่อเริ่มมีอาการอุจจาระร่วง
         2. รักษาภาวะขาดน้ำด้วยสารละลายเกลือแร่ เช่น โออาร์เอส ในกรณีที่มีภาวะขาดน้ำอย่างมาก กินไม่ได้ ซึมลง หรือมีอาการมากขึ้น ควรไปพบแพทย์ เพื่อพิจารณาให้สารน้ำทางหลอดเลือด และยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมต่อไป
         3. สามารถกินนมแม่ได้ตามปกติ ไม่ควรงดนมหรืออาหาร แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น น้ำข้าว ข้าวต้ม โจ๊ก เป็นต้น กรณีเด็กกินนมแม่ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนให้นมลูกทุกครั้ง หลังหนึ่งสัปดาห์ไปแล้ว หากยังคงมีอุจจาระร่วงควรให้เด็กกินนมสูตรไม่มีน้ำตาลแลกโตสแทนนมเดิม