 |
|
|
 |
Ladprao General Hospital : thailand hospital, insurance, assurance, medicine, surgery, cosmetic, dermatology, neurology, checkup, check up, insurance, hemodialysis, rehabilitation, pediatric, dental, Infertile, health
|
|
 |
 |
 |
|
 |
มะเร็งปากมดลูก (Cancer of Cervix)
|
| แพทย์หญิงนภาพร เกตุวัฒนเวศน์
สูติ-นรีแพทย์ สาขามะเร็งนรีเวช
สาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งอาจจะไม่ใช่มะเร็ง แต่ตามสถิติการเสียชีวิตของประชากรไทยทั่วประเทศ ปี 2545 พบว่ามะเร็งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง ส่วนประชากรสตรีไทยพบว่า อันดับหนึ่งได้แก่ มะเร็งปากมดลูก อัตราการเกิดของมะเร็งปากมดลูก เท่ากับ 20.9 ต่อประชากร 1 แสนคน รองลงมาได้แก่มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งปอด อุบัติการณ์ของมะเร็งก็มีความแตกต่างในแต่ละภูมิภาคของประเทศ แปรผันตามปัจจัยเสี่ยง และปัจจัยสิ่งแวดล้อม |
|
| |
สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก
สาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูกยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า มะเร็งปากมดลูกมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา (HPV) บริเวณปากมดลูก และอวัยวะเพศภายนอกเชื้อ HPV มี 2 กลุ่ม
2.1 กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (High risk HPV) มี 13 ชนิด คือ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 68
2.2 ส่วนชนิดความเสี่ยงต่ำ (Low risk HPV) ได้แก่ 2, 3, 6, 11, 42, 43, 44 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่เพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูก |
|
|
ปัจจัยเสี่ยงของพฤติกรรมทางเพศ
การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย
การมีคู่นอนหลายคน
การตั้งครรภ์ หรือมีลูกหลายคน
มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสหูดหงอนไก่
Human Papilloma Virus (HPV)
การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานๆ
ปัจจัยเสี่ยงฝ่ายชาย (Male Factors)
ผู้ชายที่มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
สตรีที่มีสามีเป็นมะเร็งองคชาติ
สตรีที่มีสามีเคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก
ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
การสูบบุหรี่
สตรีที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และด้อยการศึกษา
ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
พันธุกรรม
การขาดสารอาหารบางชนิด
การสัมผัสเชื้อไวรัส HPV จากคู่นอนที่เป็นโรคหรือพาหะ อาจติดเชื้อได้จากการมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวได้สูงถึงร้อยละ 50-65 (ส่วนใหญ่ผู้ชายอาจไม่แสดงอาการได้ถึงร้อยละ 50) และอาจทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้แต่ไม่ใช่ทุกราย หูดหงอนไก่อาจตรวจพบด้วยตาเปล่าหรือด้วยวิธีตรวจทางเซลล์วิทยา และตรวจทางกล้องส่องขยายคอลโปสโคป (Colposcope) แล้วแต่ว่ามีอาการทางคลินิกหรือไม่
มะเร็งปากมดลูกต้องใช้เวลากลายของเซลล์ปากมดลูกอย่างน้อย 10 - 15 ปี ก่อนจะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขพยายามรณรงค์การตรวจภายในร่วมกับการตรวจหาเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ เพื่อลดโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกเพราะเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ (CIN) จนถึงระยะมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนลุกลาม (CIS) สามารถรักษาหายขาดได้
อาการแสดง
มะเร็งปากมดลูกมักพบในสตรีอายุ 45 - 55 ปี แต่อย่างไรก็ตามก็อาจมีสตรีส่วนน้อยที่พบมะเร็งปากมดลูกก่อนวัยอันควร และปัจจุบันก็พบในอายุน้อยลง เซลล์ปากมดลูกผิดปกติมักพบในวัยเจริญพันธุ์ มะเร็งปากมดลูกมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน จึงเป็นสาเหตุให้การวินิจฉัยกระทำได้ช้า และมักตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว ผู้หญิงส่วนมากมักปฏิเสธการตรวจภายในเพราะอายและกลัว และมักจะไม่มีอาการ จึงละเลยการตรวจร่างกาย
ดังนั้นมุมมองความคิดและการให้ความรู้แก่ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างไรก็ตาม อาการเตือนอาจมีได้ดังนี้
1. ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่น ปนเลือด
2. เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (อาจพบหลังมีเพศสัมพันธ์)
3. ปวดท้องน้อย (พบในกรณีมะเร็งลุกลามเนื้อเยื้อในช่องเชิงกราน)
4. ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะเป็นเลือด (พบในกรณีมีการลุกลามไปกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย)
5. เบื่ออาหาร ,น้ำหนักลด
6. ขาบวม (มะเร็งลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง)
การตรวจหามะเร็งปากมดลูกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกระทำโดยวิธี Conventional Pap Smear ซึ่งอาจให้ผลลบลงถึงร้อยละ 20-40 ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเป็น Thin Prep Pap Test ซึ่งแตกต่างกันในแง่ของคุณภาพตัวอย่างที่ได้เพื่อตรวจหาเซลล์ผิดปกติ ดังนั้นความไว และความจำเพาะจะสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มโอกาสพบเซลล์ผิดปกติสูงขึ้น อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการตรวจก็สูงขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตามอัตราการเกิดของมะเร็งปากมดลูกสามารถลดลงได้ ถ้าประชากรสตรีได้รับความรู้ที่ถูกต้อง และได้รับการตรวจ Pap Smear ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วควรรับการตรวจปีละ 1 ครั้ง การตรวจภายในร่วมกับ Pap Smear กระทำง่าย, ไม่เจ็บ และเรายังสามารถพบความผิดปกติอื่นๆของอวัยวะสืบพันธุ์ภายในได้
Colposcope (การส่องกล้องตรวจเซลล์ปากมดลูก) เป็นวิธีที่ตรวจขยายดูเซลล์ปากมดลูกเพื่อเก็บชิ้นเนื้อตรวจพยาธิเพื่อการวินิจฉัยหลังพบว่าเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ
LEEP (การตัดตรวจปากมดลูกโดยกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวด) วิธีที่ใช้สำหรับการวินิจฉัย และการรักษาในคราวเดียว พิจารณาใช้ในกรณีที่ Colposcope ไม่สามารถวินิจฉัยได้หรือพบว่าเซลล์ปากมดลูกผิดปกติโดยตัดปากมดลูกเป็นรูปทรงกรวยและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ส่วนใหญ่ใช้ในกรณีสตรีที่ยังต้องการมีบุตร หรือเป็นการตัดตรวจก่อนการผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้อง
Transabdominal hysterectomy (การผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้อง) พิจารณาในกรณีสตรีมีบุตรพอแล้วร่วมกับพบเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ จนถึงมะเร็งปากมดลูกระยะ IA1
Radical hysterectomy (การตัดมดลูกร่วมกับการเลาะต่อมน้ำเหลืองในช่องเชิงกราน) พิจารณาในกรณีมะเร็งปากมดลูกระยะ IA2 ถึง IIA การรักษาพิจารณาเป็นกรณีไปตามความเหมาะสม การฉายรังสีรักษา อาจพิจารณาร่วมกับการใช้ยาเคมีบำบัด พิจารณาในมะเร็งปากมดลูกระยะ IB2 IV
มะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ผู้หญิงส่วนมากมักคิดว่าไม่ใช่ อย่างไรก็ตามเราควรทำความเข้าใจ และเปลี่ยนทัศนคติต่อโรคและการรักษา เพื่อลดโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูก |
|
 |
|
|
| |
 |
|
|